เร่งค้าชายแดน ทำแผนขยายการค้าลงทุนเพื่อนบ้าน

          เร่งค้าชายแดน ทำแผนขยายการค้าลงทุนเพื่อนบ้าน

apiradee

          นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายการทำงานให้กับพาณิชย์ภาค หรือ Mini MOC ที่มีจังหวัดติดชายแดน เพื่อดำเนินการหาลู่ทางในการขยายการค้าและการลงทุนให้กับผู้ประกอบการไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อขยายมูลค่าการค้าชายแดน และการค้าผ่านแดนให้เพิ่มมากขึ้น โดยใช้โอกาสของความเป็นบ้านพี่เมืองน้อง และจากความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่มีมาอย่างยาวนาน ในการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการของไทย

          การดำเนินงานที่ผ่านมาของพาณิชย์ภาค ได้เริ่มปรากฏผลงานอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดพาณิชย์ภาค 1 ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มคลัสเตอร์ 3 กลุ่ม 12 จังหวัด คือ กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (อุดรธานี หนองคาย เลย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ) กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร) และกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง (ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด) ได้เริ่มเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและผลักดันการค้าชายแดนแล้ว โดยได้ร่วมกันจัดทำแผนงานในการผลักดันการขยายตัวของธุรกิจในพื้นที่ การเชื่อมโยงการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ระหว่างจังหวัดในกลุ่ม และกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีโครงการที่น่าสนใจ อาทิ โครงการส่งเสริมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวชายแดน โครงการเพิ่มศักยภาพการค้า การลงทุนกลุ่มจังหวัดเชื่อมโยงในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและจีนตอนใต้ การส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ให้เป็นผู้ส่งออกและนำเข้า ซึ่งจะส่งผลให้การค้าชายแดนของกลุ่มจังหวัดในพาณิชย์ภูมิภาค ภาค 1 มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ 12 จังหวัด ซึ่งตั้งอยู่ในพาณิชย์ภาค 1 นั้น ถือได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ ทั้งในการเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ โดยเป็นที่ตั้งของตลาดกลางผักและผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดของภาค การเป็นศูนย์กลางรวบรวมและกระจายสินค้า คลังสินค้าทัณฑ์บน และการที่มีทำเลที่ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีจังหวัดติดกับ สปป.ลาวถึง 5 จังหวัด คือ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม และมุกดาหาร โดยจะใช้ประโยชน์จากการเป็นประตูออกสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านสะพานมิตรภาพ 1 (จังหวัดหนองคาย–เวียงจันทน์) สะพานมิตรภาพ 2 (จังหวัดมุกดาหาร–แขวงสะหวันเขต) และสะพานมิตรภาพ 3 (จังหวัดนครพนม–คำม่วน) ที่จะช่วยในการขนส่งสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดเพื่อนบ้านและเชื่อมต่อไปยังเวียดนามและจีนตอนใต้ ได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากนี้พาณิชย์ภาค 1 ยังได้ทำแผนในการผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้าไปใช้ประโยชน์จากเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่มีอยู่ เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ในด้านภาษี แรงงาน อัตราค่าเช่าที่ดิน และสิทธิประโยชน์ที่มิใช่ภาษี ซึ่งในพื้นที่พาณิชย์ภาค 1 มีเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย (2 อำเภอ 13 ตำบล) เนื้อที่ 296,042 ไร่ จังหวัดนครพนม (2 อำเภอ 13 ตำบล เนื้อที่ 465,493.75 ไร่ หรือ 744.79 ตารางกิโลเมตร) และจังหวัดมุกดาหาร (3 อำเภอ 11 ตำบล) เนื้อที่ 361,524 ไร่ หรือ 578.5 ตารางกิโลเมตร

ขณะเดียวกันได้ผลักดันให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากเส้นทางคมนาคมขนส่งทางทั้งบก ทางน้ำและทางอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ประโยชน์จากเส้นทางตามลำแม่น้ำโขงในการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งในด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว รวมถึงทางเส้นทางทางถนนที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เส้นทางหมายเลข 8, 9, 12 และ 13 และถนนมิตรภาพ (กรุงเทพ–หนองคาย) ซึ่งเป็นเส้นทางหลักภายในประเทศในการขนส่งสินค้าไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

โครงการความร่วมมือระหว่างพาณิชย์ภาค 1 ซึ่งประกอบด้วยหลายจังหวัดที่ติดชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านข้างต้น มีทั้งการพัฒนาให้ความรู้กับผู้ประกอบการในการทำการค้า การลงทุน ทั้งในประเทศ และกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยการใช้ประโยชน์จากเส้นทางโลจิสติกส์ และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งผลการทำงานเหล่านี้ จะช่วยผลักดันให้มูลค่าการค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น ตลอดจน จะมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคให้ขยายตัวมากขึ้นตามไปอีกด้วย

 

ที่มา ประชาชาติ

www.nandkaccounting.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น